Please use this identifier to cite or link to this item:
http://mcuir.mcu.ac.th:8080/jspui/handle/123456789/1504Full metadata record
| DC Field | Value | Language |
|---|---|---|
| dc.contributor.author | ณ สงขลา, กิตติศักดิ | - |
| dc.contributor.author | พระสิทธิสิงหเสนี | - |
| dc.contributor.author | สุธมฺโม, พระมหาสมบูรณ์ | - |
| dc.contributor.author | วงศ์สุวรรณ, นิเวศน์ | - |
| dc.contributor.author | บุบผาพันธ์, สายรุ้ง | - |
| dc.contributor.author | งานหมั่น, ศักดิ์ดา | - |
| dc.date.accessioned | 2026-10-08T08:13:00Z | - |
| dc.date.available | 2026-10-08T08:13:00Z | - |
| dc.date.issued | 2567 | - |
| dc.identifier.uri | http://mcuir.mcu.ac.th:8080/jspui/handle/123456789/1504 | - |
| dc.description.abstract | การศึกษาวิจัยเรื่อง “Metaverse” พัฒนารูปแบบการเรียนรู้ศิลปะและวัฒนธรรมเชิง สร้างสรรค์ โดยมีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาและวิเคราะห์รูปแบบการเรียนรู้ศิลปะและวัฒนธรรม เชิงสร้างสรรค์บนแพลตฟอร์มเมตาเวิร์ส 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ศิลปะและวัฒนธรรมเชิง สร้างสรรค์บนแพลตฟอร์มเมตาเวิร์ส 3) เพื่อสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ศิลปะและวัฒนธรรมเชิง สร้างสรรค์บนแพลตฟอร์มเมตาเวิร์ส เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed-Method Research) ระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) พื้นที่วิจัย คือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยการคัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญในการวิจัยเชิงคุณภาพ จำนวน 10 คน ได้แก่ 1) นักคิดนักสร้างสรรค์ ศิลปะทางพระพุทธศาสนา 2) นักเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา 3) นักวิชาการด้านศิลปะและ วัฒนธรรม และ 4) ครูสอนกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม และกลุ่มทดลองใช้นวัตกรรม การเรียนรู้ศิลปะและวัฒนธรรม ในกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ ได้แก่ นักเรียนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 100 รูป/คน จาก 4 โรงเรียน มี 1) โรงเรียนมหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย วัดชูจิตธรรมาราม 2) โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา วัดนิเวศธรรมประวัติ 3) โรงเรียนวิเชียรกลิ่นสุคนธ์ อุปถัมภ์ และ 4) โรงเรียนวังน้อย "พนมยงค์วิทยา" ผลการวิจัยพบว่า 1. รูปแบบการเรียนรู้ศิลปะและวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์บนแพลตฟอร์เมตาเวิร์ส คือ สภาพแวดล้อมดิจิทัลสามมิติที่ผสาน VR, AR และระบบโต้ตอบแบบเรียลไทม์ ช่วยให้การเรียนรู้ด้าน ศิลปะและวัฒนธรรมมีปฏิสัมพันธ์สูงและใกล้เคียงโลกจริง ผู้เรียนสามารถทดลอง ถ่ายทอด และ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ลึกซึ้งขึ้น ขณะเดียวกัน การนำเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง VR/AR และ Virtualข Environment เข้ามาใช้ ร่วมกับการออกแบบกิจกรรมแบบโต้ตอบ จะกระตุ้นทั้งการมีส่วนร่วม (Engagement) และความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) 2. รูปแบบการเรียนรู้ศิลปะและวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์บนแพลตฟอร์เมตาเวิร์ส ควร ประกอบด้วย 9 ส่วนด้วยกัน มี 1) คำแนะนำในการใช้งาน 2) แบบประเมินผลการเรียนรู้(ก่อนการ เรียนรู้) 3) รูปภาพมุมมอง 360 องศา เป็นภาพภายในสถานที่ทางศิลปะและวัฒนธรรมซึ่งสามารถมอง ได้ 360 องศา จุดต่างๆ สามารถเชื่อมต่อมุมมองครอบคลุมพื้นที่ทางศิลปะและวัฒนธรรม 4) รูปภาพ มุมมองปกติ เป็นภาพโบราณสถาน และโบราณวัตถุที่สำคัญ 5) จุดฮอตสปอต (Hotspots) นำทางใน การเข้าเยี่ยมชมสถานที่ทางศิลปะและวัฒนธรรมหรือสถานที่สำคัญ 6) วีดีโอแนะนำโบราณสถานที่ สำคัญ บทสวดบูชา และคำกล่าวในกิจกรรมศาสนพิธี 7) เสียง เพลงและเสียงบรรยาย 8) แบบ ประเมินผลการเรียนรู้(หลังการเรียนรู้) 9) แบบประเมินความพึงพอใจหลังการเข้าเรียนรู้ 3. ผลนำนวัตกรรมไปทดลองใช้นักเรียนมีผลการเรียนสูงกว่าก่อนเรียนคิดเป็นร้อยละ 73.06 เฉลี่ยคะแนนหลังเรียนอยู่ที่ 17.50 คะแนน สูงขึ้นกว่าก่อนเรียน 6.17 ซึ่งแสดงให้เห็นว่า คะแนนหลังเรียนที่มากกว่าคะแนนก่อนเรียน ถ้านำผลไปพิจารณานักเรียนรายบุคคล ค่าร้อยละอาจ สูงมากเกินกว่า 100% ในกรณีที่คะแนนก่อนเรียนค่อนข้างต่ำ แต่คะแนนหลังเรียนสูงขึ้นมาเท่าตัว หรือมากกว่า ในภาพรวม ค่าเฉลี่ยร้อยละของการพัฒนา มีแนวโน้มอยู่ในช่วง 50–70% (โดยประมาณ) แสดงให้เห็นว่าโดยเฉลี่ยแล้ว นักเรียน 100 คนมีความก้าวหน้าโดยมีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน มากกว่าครึ่งหนึ่งของคะแนนเริ่มต้น 4. การสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ศิลปะและวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์บนแพลตฟอร์มเมตา เวิร์ส ถือเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งระหว่างครู นักเรียน และผู้เชี่ยวชาญ โดยมีเป้าหมายในการศึกษาข้อมูลพื้นถิ่น วิเคราะห์ปัญหา และพัฒนาแนวทางการแก้ไข ตลอดจน จัดทำสื่อการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนในกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ซึ่งแนวทาง นี้สอดคล้องกับแนวคิด "ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ" หรือ Professional Learning Community (PLC) ที่เน้นการมีส่วนร่วมและความร่วมมือของครูในเครือข่ายอย่างเป็นระบบ เพื่อ พัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้และยกระดับวิชาชีพครูอย่างต่อเนื่อง การจัดทำหลักสูตรเพื่อพัฒนา ครูให้มีทักษะในการพัฒนาสื่อดิจิทัล ในรูปแบบหลักสูตรการพัฒนาทักษะ Digital Content Creator สำหรับครูกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการตระหนักว่า “ครู” ไม่ใช่ เพียงผู้ถ่ายทอดความรู้ แต่ยังต้องเป็นผู้ผลิตเนื้อหาเชิงดิจิทัลที่มีคุณภาพและสร้างสรรค์ต่อไป | en_US |
| dc.publisher | มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | en_US |
| dc.subject | การเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ | en_US |
| dc.subject | โลกเสมือนผสานโลกจริง | en_US |
| dc.subject | เมตาเวิร์ส | en_US |
| dc.subject | เครือข่ายการเรียนรู้ | en_US |
| dc.subject | ศิลปะและวัฒนธรรม | en_US |
| dc.title | Metaverse” พัฒนารูปแบบการเรียนรู้ศิลปะและวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ | en_US |
| dc.title.alternative | Metaverse" Learning Model Development for Creative Arts and Cultural | en_US |
| dc.type | Other | en_US |
| Appears in Collections: | รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ | |
Files in This Item:
| File | Description | Size | Format | |
|---|---|---|---|---|
| ว.035.2567.pdf | 34.37 MB | Adobe PDF | View/Open |
Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.