Please use this identifier to cite or link to this item: http://mcuir.mcu.ac.th:8080/jspui/handle/123456789/1492
Title: ารพัฒนากระบวนการทางสังคมและเทคโนโลยีเพื่อเสริมสร้าง ความเข้มแข็งทางใจสําหรับผู้สูงอายุ
Other Titles: Development of Social and Technological Processes to Strengthen Mental Resilience among Older Adults
Authors: สุยะใจ, ประยูร
พระครูภาวนาสังวรกิจ
ถาวรโร, พระมหาถาวร
Keywords: การพัฒนากระบวนการทางสังคม
นวัตกรรมเทคโนโลยี
ความเข้มแข็งทางใจ
ผู้สูงอายุ
พุทธจิตวิทยา
Issue Date: 2567
Publisher: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
Abstract: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ๑) ศึกษาลักษณะของกระบวนการทางสังคมและเทคโนโลยี ที่มีบทบาทในการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจของผู้สูงอายุตามหลักพุทธจิตวิทยา ๒) พัฒนา โปรแกรมที่ผสานกระบวนการทางสังคมและเทคโนโลยีในการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจของ ผู้สูงอายุ และ ๓) ยกระดับกระบวนการทางสังคมและเทคโนโลยีไปสู่นวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ใน การเสริมสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจของผู้สูงอายุในระดับชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเป็นการ วิจัยผสมวิธี ตามกระบวนการวิจัยและพัฒนา R&D ดำเนินการวิจัย ๒ ระยะ ได้แก่ ระยะที่ ๑ เป็นการ วิจัยเชิงคุณภาพ โดยศึกษาข้อมูลจากเอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key Informants) ซึ่งเป็นผู้สูงอายุ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี จำนวน ๓๐ คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วย การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ระยะที่ ๒ เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi Experimental Research) กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้สูงอายุ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี จำนวน ๓๐ คน เข้าร่วม โปรแกรมการพัฒนากระบวนการทางสังคมและเทคโนโลยีเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งทางใจสำหรับ ผู้สูงอายุ ประเมินผลก่อนและหลังด้วยเครื่องมือในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามพุทธจิตวิทยาสร้าง ความเข้มแข็งทางด้านจิตใจของผู้สูงอายุ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา (ค่าเฉลี่ย และส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน) และการทดสอบค่าที (t-test) ผลการวิจัยพบว่า ๑. กระบวนการทางสังคมและเทคโนโลยีในการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางใจสำหรับ ผู้สูงอายุตามหลักพุทธจิตวิทยา ประกอบด้วย ๑) การใช้หลักธรรม การภาวนา เพื่อสร้างความสงบใน ใจ (เช่น ไตรลักษณ์, สติปัฏฐาน ๔, พรหมวิหาร ๔) ๒) การสร้างเครือข่ายทางสังคม (เช่น ชุมชน กัลยาณมิตร) ๓) การใช้เทคโนโลยีช่วยในการเข้าถึงธรรมะ (เช่น แอปพลิเคชัน, สื่อดิจิทัล) และ ๔) การบูรณาการในระบบบริการสุขภาพและสังคม ๒. โปรแกรมที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วยกิจกรรม ๓ ส่วนหลัก ได้แก่ ๑) กิจกรรมให้ความรู้ และฝึกทักษะการป้องกันตนเองจากการหลอกลวงทางโทรศัพท์ เช่น “รู้จักกลโกงยอดนิยม” และ “ฝึกตอบสนองเมื่อเจอมิจฉาชีพ” ๒) กิจกรรมส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพใจ เช่น “รู้จัก เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพใจ” และ ๓) กิจกรรมเสริมสร้างความเข้มแข็งทางใจด้วยสติ เช่น กิจกรรม “การวางใจ” และ “ดูหนังฟังธรรม” ๓. ผลการประเมินโปรแกรม พบว่า หลังการเข้าร่วมกิจกรรม ผู้สูงอายุมีคะแนนเฉลี่ย ความเข้มแข็งทางใจเพิ่มขึ้นจากระดับปานกลาง (ค่าเฉลี่ย = ๓.๔๒) เป็นระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย = ๔.๕๖) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P < .๐๐๑) ในทุกมิติ ทั้งด้านความมั่นคงทางจิตใจ กระบวนการ ทางสังคม การใช้เทคโนโลยี และความต้องการในการพัฒนาตนเอง นอกจากนี้ งานวิจัยได้ยกระดับค กระบวนการดังกล่าวเป็นนวัตกรรม ๓ มิติ คือ ๑) นวัตกรรมเชิงแนวคิด (Conceptual Innovation) ที่บูรณาการพุทธจิตวิทยากับจิตวิทยาสมัยใหม่ ๒) นวัตกรรมเชิงกระบวนการ (Process Innovation) ผ่านชุดกิจกรรมที่พัฒนาขึ้น และ ๓) นวัตกรรมเชิงเทคโนโลยี (Technological Innovation) ที่เสนอ แนวทางการพัฒนาแพลตฟอร์มที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ
URI: http://mcuir.mcu.ac.th:8080/jspui/handle/123456789/1492
Appears in Collections:รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
ว.024.2567.pdf4.45 MBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.