Please use this identifier to cite or link to this item: http://mcuir.mcu.ac.th:8080/jspui/handle/123456789/1489
Full metadata record
DC FieldValueLanguage
dc.contributor.authorเฟื่องฟูลอย, เพ็ญพรรณ-
dc.contributor.authorพระครูสถิตธรรมาลังการ-
dc.contributor.authorมาลาวํโส, พระปลัดยุทธนา-
dc.contributor.authorศรีศักดา, วิกานดา-
dc.contributor.authorโกมลมิศร์, ภาศิณี-
dc.date.accessioned2026-10-01T07:14:28Z-
dc.date.available2026-10-01T07:14:28Z-
dc.date.issued2567-
dc.identifier.urihttp://mcuir.mcu.ac.th:8080/jspui/handle/123456789/1489-
dc.description.abstractงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ หลักฐานทางโบราณคดี และคุณค่า แห่งอารยธรรมทวารวดีในจังหวัดสุพรรณบุรี 2) เพื่อวิเคราะห์ความเชื่อมโยงของพระพุทธศาสนาในอารย ธรรมทวารวดีในจังหวัดสุพรรณบุรี และ3) เพื่อพัฒนาสื่อการเรียนรู้สารัตถะแห่งทวารวดีในจังหวัด สุพรรณบุรี ด้วยกระบวนการวิจัยแบบผสานวิธี ทั้งการวิจัยเชิงเอกสารและการวิจัยเชิงคุณภาพ ในพื้นที่วิจัย ในอำเภออู่ทอง และอำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี โดยเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสำรวจ แบบสัมภาษณ์ และการสนทนากลุ่ม คณะผู้วิจัยรวบรวมข้อมูลด้วยตนเองแล้วนำวิเคราะห์เพื่ออภิปรายผล และเสนอแนะด้วยการเขียนบรรยายเชิงพรรณนา ผลการศึกษาพบว่า:- ข้อมูลทางประวัติศาสตร์และหลักฐานทางโบราณคดี เมืองโบราณอู่ทองเป็นสถานที่สืบทอด พระพุทธศาสนาที่พระเจ้าอโศกมหาราชทรงส่งสมณะทูตสายที่ 8 มาเผยแผ่ สามารถยืนยันได้เป็น 2 ช่วง ด้วยกัน คือ 1) ช่วงพุทธศตวรรษที่ 12-13 (พระพุทศาสนาเถรวาท) ด้วยหลักฐานที่พบทั้ง จารึก เย ธมฺมา ศิลปกรรมธรรมจักร พระปรางค์ ภาษาบาลี ล้วนได้รับอิทธิพลจากปาละวะ เจดีย์หมายเลข 10 และเจดีย์ หมายเลข 2 ที่พุหางนาค เป็นต้น และ2) ช่วงพุทธศตวรรษที่ 14-15 (พระพุทธศาสนามหายาน) ในช่วงนี้จะ ได้รับอิทธิพลจากปาละ เป็นหลัก มีคติความเชื่อแบบพระโพธิสัตว์ พบได้จากเจดีย์หมายเลข 13 ในเมืองอู่ข ทอง ซึ่งพระพุทธศาสนาตั้งมั่นอยู่ในเขตเมืองโบราณอู่ทองหลายศตวรรษ นับเป็นแก่นของพัฒนาการทาง พระพุทธศาสนาในจังหวัดสุพรรณบุรี ความเชื่อมโยงพระพุทธศาสนาในอารยธรรมทวารวดีในจังหวัดสุพรรณบุรี จากการศึกษา ประวัติศาสตร์ที่เป็นการสันนิษฐานหรือการตั้งสมมติฐาน ผู้วิจัยต้องอาศัยข้อมูลเพียงร่องรอยหลักฐานจาก โบราณสถานและโบราณวัตถุที่ยังหลงเหลืออยู่ ซึ่งแนวคิดการอนุรักษ์ร่องรอยทางวัฒนธรรมนี้จะส่งผลต่อ ความภาคภูมิใจ ความรู้สึกว่าร่องรอยหลักฐานทางพระพุทธศาสนาที่ปรากฏในพื้นที่เมืองอู่ทอง มีคุณค่าทาง จิตใจ สมควรยกย่องให้เป็น มรดกชาติหรือมรดกท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของผู้ที่สนใจ ผู้วิจัยได้จัดทำสื่อวิดิทัศน์เพื่อสื่อสารองค์ความรู้ การนำเสนอผลการศึกษาวิจัย เรื่อง สารัตถะ แห่งทวารวดี : ประวัติศาสตร์ คุณค่า และรอยธรรมในจังหวัดสุพรรณบุรี และแผนพับแหล่งเรียนรู้รอยธรรม แห่งทวารวดีในจังหวัดสุพรรณบุรี เผยแพร่ออกสู่วงวิชาการและองค์กรแห่งการเรียนรู้ และส่งเสริมให้เมือง โบราณอู่ทองเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอารยธรรมโบราณ ร่วมถึงการสร้างเครือข่ายขยายความร่วมมือ ทั้ง หน่วยงานของรัฐและภาคเอกชนเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงคุณค่าแห่งรอยธรรมของอารยธรรมทวารวดีใน จังหวัดสุพรรณบุรีต่อไปen_US
dc.publisherมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยen_US
dc.subjectสารัตถะen_US
dc.subjectทวารวดีen_US
dc.subjectคุณค่าen_US
dc.subjectรอยธรรมen_US
dc.titleสารัตถะแห่งทวารวดี : ประวัติศาสตร์ คุณค่า และรอยธรรมในจังหวัดสุพรรณบุรีen_US
dc.title.alternativeThe Essence of Dvaravati : History Value and Dhamma in Suphanburi Province.en_US
dc.typeOtheren_US
Appears in Collections:รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
ว.021.2567.pdf9.98 MBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.