<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0">
  <channel>
    <title>DSpace Collection: คลังเอกสารดิจัทัล ส่วนหอสมุดกลาง</title>
    <link>http://mcuir.mcu.ac.th:8080/jspui/handle/123456789/10</link>
    <description>คลังเอกสารดิจัทัล ส่วนหอสมุดกลาง</description>
    <pubDate>Tue, 16 Dec 2025 21:09:05 GMT</pubDate>
    <dc:date>2025-12-16T21:09:05Z</dc:date>
    <item>
      <title>การพัฒนาหลักประกันสุขภาพชุมชนวิถีพุทธ จังหวัดร้อยเอ็ด</title>
      <link>http://mcuir.mcu.ac.th:8080/jspui/handle/123456789/1163</link>
      <description>Title: การพัฒนาหลักประกันสุขภาพชุมชนวิถีพุทธ จังหวัดร้อยเอ็ด
Authors: ศรีจันทร์, พระนัฐวุฒิ; พระครูวาปีจันทคุณ; อตุถสิทฺโธ, พระครูปลัดสมหมาย; พระครูสุตวรธรรมกิจ
Abstract: การวิจัยเรื่องการพัฒนาหลักประกันสุขภาพชุมชนวิถีพุทธ จังหวัดร้อยเอ็ด มีวัตถุประสงค์&#xD;
คือ 1) เพื่อส่งเสริมสุขภาวะองค์รวมแนวพุทธในโรงเรียนผู้สูงอายุ จังหวัดร้อยเอ็ด 2) เพื่อพัฒนา&#xD;
รูปแบบการสร้างอัตลักษณ์พุทธวิถี เพื่อสุขภาวะทางจิตของผู้สูงอายุ จังหวัดร้อยเอ็ด 3) เพื่อสร้าง&#xD;
เครือข่ายชุมชนเข้มแข็ง ด้วยหลักประกันสุขภาพชุมชนวิธีพุทธ จังหวัดร้อยเอ็ด&#xD;
                   การวิจัยครั้งนี้ใช้การวิจัยเชิงผสม (Mixed Research) ประกอบด้วย การวิจัยเชิงปริมาณ&#xD;
(Quanlitative Research) โดยใช้แบบสอบถามกับกลุ่มประซากรที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้สูงอายุ ใน&#xD;
โรงเรียนผู้สูงอายุ 4 แห่ง ได้แก่ 1) โรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลตำบลจังหาร 51 คน 2) โรงเรียน&#xD;
ผู้สูงอายุองค์การบริหารส่วนตำบลบึงงาม 52 คน 3) โรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลตำบลท่าม่วง 118&#xD;
คน 4) โรงเรียนผู้สูงอายุองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัว 200 คน รวมทั้งหมด 421 คน การ&#xD;
วิจัยเชิงคุณภาพ (Quanlitative Research) ใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก (in-depth inteview - IDI)&#xD;
และการประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) จากผู้ให้ข้อมูลหลัก (Key Informants) ที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ&#xD;
ผู้นำท้องถิ่น ผู้บริหารโรงเรียนผู้สูงอายุ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และตัวแทนภาครัฐ ผู้ที่&#xD;
มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานวิจัยครั้งนี้จากโรงเรียนผู้สูงอายุทั้ง 4 แห่ง ๆ ละ 12 คน รวมทั้งหมด 48 คน&#xD;
นำมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ให้ได้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์&#xD;
ผลการวิจัยพบว่า&#xD;
                  1) การส่งเสริมสุขภาวะองค์รวมแนวพุทธในโรงเรียนผู้สูงอายุ จังหวัดร้อยเอ็ด พบว่า ด้าน&#xD;
กาย เป็นการพัฒนาร่างกายให้รู้จักติดต่อเกี่ยวข้องกับ สิ่งแวดล้อมทางกายภาพทั้งหลาย ในทางเป็น&#xD;
คุณประโยชน์เกื้อกูล ไม่เกิดโทษ รู้จักบริโภคปัจจัยสี่ให้มีคุณค่าสูงสุด ไม่บริโภคตามค่านิยม ซึ่งอาจ&#xD;
ส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ ด้านจิตใจ เป็นการส่งเสริมสุขภาวะองค์รวมแนวพุทธ ในโรงเรียนผู้สูงอายุ&#xD;
จังหวัดร้อยเอ็ด ด้านจิตใจ ให้ได้รับความรู้ ได้ฝึกปฏิบัติด้านสมาธิ สวดมนต์เช้า-เย็น และก่อนนอน&#xD;
ด้านปัญญา เป็นการฝึกให้ผู้สูงอายุดำรงตนอยู่ในความไม่ประมาท ไม่ลุ่มหลงมัวเมา รู้เท่าทันรู้สึก&#xD;
สบายใจ มีสติอยู่กับตัวเอง ไม่คิดมาก มีความรู้ความเข้าใจในตัวเอง ด้านสังคม เป็นความสามารถใน&#xD;
การอยู่ร่วมกับผู้อื่น อันได้แก่ สมาชิก ในครอบครัว เพื่อนฝูง เพื่อนร่วมงาน และเพื่อนบ้าน&#xD;
                  2) พัฒนารูปแบบการสร้างอัตลักษณ์พุทธวิถี เพื่อสุขภาวะทางจิตของผู้สูงอายุ จังหวัด&#xD;
ร้อยเอ็ด พบว่า ผู้สูงอายุส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการที่มีกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาเข้ามาในการทำ&#xD;
กิจกรรมของโรงเรียนผู้สูงอายุ ซึ่งรูปแบบการสร้างอัตลักษณ์พุทธวิถีเพื่อสุขภาวะทางจิตของผู้สูงอายุ&#xD;
จังหวัดร้อยเอ็ด มีด้วยกัน 3 ข้อ คือ 1) การสวดมนต์ ไหว้พระ รับศีล ได้แก่ การน้อมจิตน้อมใจ การ&#xD;
สวดบทสรรเสริญพระรัตนตรัย การสวดบทพิจารณาสังขาร และการสวดบทแผ่เมตตา 2) การเจริญ&#xD;
ภาวนา ได้แก่ การนั่งสมาธิ การเดินจงกรม และการกำหนดอิริยาบท  3) การฟังพระธรรมเทศนา&#xD;
ได้แก่ เรื่องความไม่เที่ยงของสังขาร เรื่องการทำจิตใจให้บริสุทธิ์ และเรื่องการสร้างความสุขกับ&#xD;
ปัจจุบัน&#xD;
                 3) การสร้างเครือข่ายชุมชนเข้มแข็ง ด้วยหลักประกันสุขภาพชุมชนวิธีพุทธ จังหวัด&#xD;
ร้อยเอ็ด พบว่า กระบวนการสร้างเครือข่ายชุมชนเข้มแข็ง ด้วยหลักประกันสุขภาพวิถีพุทธ คือ ให้มี&#xD;
การเชื่อมต่อระหว่างโรงเรียนผู้สูงอายุ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านให้มี ระบบการทำงานที่&#xD;
คล่องตัวและรวดเร็วขึ้น เพิ่มหน่วยงานเคลื่อนที่เร็วเพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุได้ทันท่วงที่ เมื่อเกิดปัญหา&#xD;
เกี่ยวกับด้านสุขภาพและเจ็บป่วยขึ้น การสร้างเครือข่ายหลักประกันสุขภาพของผู้สูงอายุในจังหวัด&#xD;
ร้อยเอ็ด ได้มีการสร้างเครือข่ายระบบภายในขึ้น คือ การเชื่อมโยงหน่วยงานด้านสุขภาพที่มีอยู่แล้วให้&#xD;
ทำงานได้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วขึ้น การสร้างเครือข่ายภายนอก คือ การขยายโรงเรียนผู้สูงอายุใน&#xD;
เขตอำเภอที่ยังไม่มีโรงเรียนผู้สูงอายุเพิ่มเติมขึ้น โดยการนำเอาคู่มือและระบบโรงเรียนผู้สูงอายุที่&#xD;
พัฒนาแล้วนำไปใช้และขยายเพิ่มเติมจากเดิมที่มีอยู่แล้วให้มีมากยิ่งขึ้น เพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุให้มีการ&#xD;
ดำเนินชีวิตที่ดีขึ้น&#xD;
                การพัฒนาหลักประกันสุขภาพชุมชนวิถีพุทธ จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นการสร้างความมั่นคง&#xD;
ทางด้านสุขภาวะทางจิตให้กับผู้สูงอายุในโรงเรียนที่มาเข้ารับการอบรมศึกษา จะมีความสุข ทั้งทาง&#xD;
ร่างกายและจิตใจ เป็นผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง มีหลักประกันสุขภาพ 4 ด้าน คือ 1) ด้านสุขภาพร่างกาย&#xD;
ได้แก่ การเดินจงกรม 2) ด้านจิตใจ ได้แก่ กรแผ่เมตตา 3) ด้านสังคม ได้แก่ การรักษาศีล 5 และ&#xD;
4) ด้านปัญญา ได้แก่ กรเจริญสมาธิ มั่นทำอยู่เนืองนิตย์จะทำให้เป็นผู้ที่มีสุขภาพร่างกายดี สุขภาวะ&#xD;
ทางจิตที่เป็นสุข จิตใจไม่เศร้าหมองจากกิเลสทั้งปวง&#xD;
&#xD;
คำสำคัญ: หลักประกันสุขภาพชุมชนวิถีพุทธ: สุขภาวะองค์รวมแนวพุทธ; อัตลักษณ์พุทธวิถี; ชุมชน&#xD;
เข้มแข็ง</description>
      <pubDate>Sun, 01 Jan 2564 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://mcuir.mcu.ac.th:8080/jspui/handle/123456789/1163</guid>
      <dc:date>2564-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>มิติแห่งการท่องเที่ยวเชิงศาสนาวิถีพุทธอย่างยั่งยืน ในพื้นที่ดินแดนสวรรค์ตะวันตก เพื่อเพิ่มศักยภาพประชาคมอาเซียนและเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ</title>
      <link>http://mcuir.mcu.ac.th:8080/jspui/handle/123456789/1162</link>
      <description>Title: มิติแห่งการท่องเที่ยวเชิงศาสนาวิถีพุทธอย่างยั่งยืน ในพื้นที่ดินแดนสวรรค์ตะวันตก เพื่อเพิ่มศักยภาพประชาคมอาเซียนและเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ
Authors: (ถวิล กลยาณธมฺโม), พระครูศรีสิทธิบัณฑิต; ศิริไชย, กิตฑามาศ; อิ่มวิไลวรรณ, อรรถพล
Abstract: การศึกษาวิจัยเรื่อง มิติแห่งการท่องเที่ยวเชิงศาสนาวิถีพุทธอย่างยั่งยืน ในพื้นที่ดินแดน&#xD;
สวรรค์ตะวันตก เพื่อเพิ่มศักยภาพประชาคมอาเซียนและเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ มีวัตถุประสงค์การ&#xD;
วิจัยเพื่อ 1) เพื่อศึกษาสภาพการณ์ประเมินความเหมาะสมของพื้นที่และความต้องการในการจัดการ&#xD;
การท่องเที่ยวเชิงศาสนาวิถีพุทธอย่างยั่งยืนของพื้นที่ภาคตะวันตก (กาญจนบุรี) รองรับการเสริมสร้าง&#xD;
เศรษฐกิจดิจิทัลยุค Thailand 4.0 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการท่องเที่ยวเชิงศาสนาวิถีพุทธอย่าง&#xD;
ยั่งยืนของพื้นที่ภาคตะวันตก (กาญจนบุรี) 3) เพื่อวิเคราะห์กระบวนการและผลลัพธ์ที่ได้จากการ&#xD;
พัฒนารูปแบบการจัดการท่องเที่ยวเชิงศาสนาวิถีพุทธอย่างยั่งยืนของพื้นที่ภาคตะวันตก (กาญจนบุรี)&#xD;
ดำเนินการวิจัยในรูปแบบการวิจัยและพัฒนา (Research and Development : R&amp;D) ในลักษณะ&#xD;
ของวิธีการวิจัยแบบผสมผสานวิธี (Mixed Methods Research) ในพื้นที่ศึกษา วัดทิพย์สุคนธาราม&#xD;
ผลการวิจัย พบว่าสภาพการณ์ประเมินความเหมาะสมของพื้นที่และความต้องการในการจัดการการ&#xD;
ท่องเที่ยวเชิงศาสนาวิถีพุทธอย่างยั่งยืนของพื้นที่ภาคตะวันตก (กาญจนบุรี) รองรับการเสริมสร้าง&#xD;
เศรษฐกิจดิจิทัลยุค Thailand 4.0 โดยมีพระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์&#xD;
เป็นจุดเด่นที่ดีงดูดความสนใจ ถือเป็นพระพุทธรูปที่ผสมผสานศิลปะคันธาระ (ปางขอฝน) กับพุทธ&#xD;
ศิลป์แบบไทยได้อย่างงดงามยิ่ง และเมื่อประเมินความต้องการในการจัดการท่องเที่ยวฯ พบว่าอยู่ใน&#xD;
ระดับมาก และเมื่อวิเคราะห์พฤติกรรมของนักท่องเที่ยว พบว่าพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในการ&#xD;
ท่องเที่ยวเชิงศาสนา วัตถุประสงค์ของการเดินทางมาท่องเที่ยว ส่วนใหญ่มาทำบุญ/ไหว้พระ (ร้อยละ&#xD;
41.93) และเมื่อนำข้อมูลเบื้องต้นไปพัฒนารูปแบบการจัดการท่องเที่ยวฯ พบว่ามีองค์ประกอบหลัก&#xD;
จำนวน 3 ด้านในการพัฒนารูปแบบการจัดการท่องเที่ยวฯ ได้แก่ ด้านสิ่งที่ดึงดูดใจในการท่องเที่ยว&#xD;
ด้านการประชาสัมพันธ์และด้านดิจิทัล ด้านการให้บริการและการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว ตามลำดับ&#xD;
และเมื่อพิจารณานำรูปแบบไปเผยแพร่และวิเคราะห์กระบวนการและผลลัพธ์ที่ได้จากการพัฒนา&#xD;
รูปแบบการจัดการท่องเที่ยวฯ พบว่ามีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก&#xD;
&#xD;
คำสำคัญ: การท่องเที่ยวเชิงศาสนาวิถีพุทธ, ประชาคมอาเซียน, เขตพื้นที่เศรษฐกิจ&#xD;
พิเศษ</description>
      <pubDate>Sun, 01 Jan 2564 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://mcuir.mcu.ac.th:8080/jspui/handle/123456789/1162</guid>
      <dc:date>2564-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>การสร้างเครือข่ายการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของคณะสงฆ์ไทย</title>
      <link>http://mcuir.mcu.ac.th:8080/jspui/handle/123456789/1161</link>
      <description>Title: การสร้างเครือข่ายการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของคณะสงฆ์ไทย
Authors: (สุทิตย์ อาภากโร), พระสุธีรัตนบัณฑิต
Abstract: การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาการรับรู้ การเฝ้าระวัง และพฤติกรรม&#xD;
การเกี่ยวข้องกับยาเสพติดของคณะสงฆ์ในสังคมไทย 2) เพื่อพัฒนาชุดความรู้และมาตรการป้องกัน&#xD;
และแก้ไขยาเสพติดของคณะสงฆ์ในสังคมไทย 3) เพื่อเสริมสร้างกระบวนการและเครือข่ายทางสังคม&#xD;
ในการป้องกันและแก้ไขยาเสพติดของคณะสงฆ์ในสังคมไทย การวิจัยในครั้งนี้ เป็นการวิจัยแบบ&#xD;
ผสมผสานทั้งในเชิงปริมาณ คุณภาพ และเชิงปฏิบัติการ ดำเนินการศึกษาจากนโยบายของมหาเถร&#xD;
สมาคม แนวปฏิบัติของคณะสงฆ์ในระดับจังหวัดและชุมชน จำนวน 12 จังหวัด จากผู้ให้ข้อมูล 528&#xD;
ราย แล้วนำมาวิเคราะห์ สังเคราะห์เพื่อให้ได้ผลการศึกษาตามวัตถุประสงค์ ผลการศึกษาพบว่า&#xD;
          1)  กระบวนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของคณะสงฆ์ไทย พบว่า ในรอบ 30&#xD;
กว่าปีที่ผ่านมา คณะสงฆ์โดยมหาเถรสมาคมและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้มีมติและคำสั่งในการ&#xD;
ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจำนวน 12 เรื่อง เช่น ห้ามภิกษุสามเณรเสพยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.&#xD;
2521 การให้วัดเป็นศูนย์สงเคราะห์และฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดโดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา&#xD;
รวมทั้งการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ขอบรรพชาอุปสมบท เพื่อร่วมคัดกรองในการป้องกันและแก้ไข&#xD;
ปัญหายาเสพติด ซึ่งจากนโยบายและมติมหาเถรสมาคมดังกล่าว คณะสงฆ์ได้มีกระบวนการป้องกัน&#xD;
และแก้ไขปัญหายาเสพติดผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น โครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 กิจกรรมของหน่วย&#xD;
อบรมประชาชนประจำตำบล (อ.ป.ต.) การให้ความรู้และความเข้าใจเรื่องยาเสพติดแก่ประซาชน การ&#xD;
ส่งเสริมการกีฬาและวัฒนธรรมเพื่อป้องกันปัญหายาเสพติด เป็นต้น&#xD;
                2. ความรู้และมาตรการป้องกันและการแก้ไขยาเสพติดของคณะสงฆ์ไทย พบว่า&#xD;
ความรู้และมาตรการสร้างการรับรู้ การป้องกันและการแก้ไขยาเสพติดโดยคณะสงฆ์ในระดับวัด&#xD;
จังหวัดและมหาเถรสมาคมได้ใช้หลักการ "หลักทางธรรมนำทางโลก" ดังนี้&#xD;
                       2.1 รูปแบบและกระบวนการป้องกัน และการแก้ไขยาเสพติดในระดับวัด เรียกว่า&#xD;
"กำแพงวัด 5 ชั้น" ประกอบด้วย 1) การคัดกรองผู้ขอบวชและการตรวจสอบประวัติรายบุคคล 2)&#xD;
การจัดให้มีพระพี่เลี้ยงและอบรมตามพระธรรมวินัย 3) การอบรมถวายความรู้เรื่องยาเสพติดแก่&#xD;
พระสงฆ์ 4) การตรวจคัดกรองสุขภาพพระสงฆ์ 5) การเฝ้าระวังยาเสพติดไม่ให้เข้าสู่วัดโดยการมีส่วน&#xD;
ร่วมของประชาชน&#xD;
                          2.2 รูปแบบและกระบวนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับจังหวัด&#xD;
เรียกว่า "กำแพงเมือง 5 ชั้น" ประกอบด้วย 1) การถวายความรู้และสร้างพระสงฆ์แกนนำในการ&#xD;
ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด 2) การตรวจคัดกรองสุขภาพพระสงฆ์เชิงรุก 3) การสร้างพื้นที่การ&#xD;
เรียนรู้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้วัดเป็น "วัดส่งเสริมสุขภาพ" 4) การบูรณาการ&#xD;
กิจการคณะสงฆ์กับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด 5) การเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการ&#xD;
ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด&#xD;
                           2.3 รูปแบบและกระบวนการป้องกันและการแก้ไขยาเสพติดของคณะสงฆ์ไทย&#xD;
เรียกว่า "กำแพงธรรม  3 ชั้น" ประกอบด้วย 1) การส่งเสริมความรู้และการเฝ้าระวังปัญหาติดยาเสพ&#xD;
ติดของคณะสงฆ์ 2) การส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนากับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาสเพติด 3) การ&#xD;
ส่งเสริมเครือข่ายความร่วมมือในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด&#xD;
                   3. ผลการเสริมสร้างเครือข่ายการป้องกันและแก้ไขยาเสพติดของพระสงฆ์ใน&#xD;
สังคมไทย จากการศึกษาร่วมกับวัดและคณะสงฆ์ในพื้นที่ 12 จังหวัดต้นแบบในการป้องกันและแก้ไข&#xD;
ปัญหายาเสพติด พบว่า พระสงฆ์ในสังคมไทยได้ดำเนินการเสริมสร้างเครือข่ายการป้องกันและแก้ไข&#xD;
ยาเสพติด ในรูปแบบต่าง ๆ ดังนี้ 1) การจัดประชุมร่วมกับคณะสงฆ์ในระดับวัดและจังหวัด 2) การ&#xD;
พัฒนาความรู้และแนวปฏิบัติเพื่อส่งเสริมการเฝ้าระวัง การป้องกัน และการแก้ไขยาเสพติดของ&#xD;
พระสงฆ์ 3) การจัดกิจกรรม การรณรงค์ การจัดนิทรรศการส่งเสริมการรับรู้ การเฝ้าระวัง การป้องกัน&#xD;
และแก้ไขปัญหายาเสพติดของพระภิกษุ สามเณร รวมทั้งวัดและชุมชน 4) การลงนามบันทึก&#xD;
ข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับคณะสงฆ์ในระดับจังหวัด มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช&#xD;
วิทยาลัย และสถานีตำรวจในพื้นที่ 5) การเสริมสร้างเครือข่ายของพระสงฆ์ในการพัฒนาเชิงพื้นที่ใน&#xD;
ระดับตำบล อำเภอ และจังหวัด และ 6) การส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และ&#xD;
ชุดรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน (ชรบ.) เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างการรับรู้ การเฝ้าระวัง&#xD;
ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด&#xD;
คำสำคัญ : ยาเสพติด, การป้องกันและแก้ไข, คณะสงฆ์ไทย</description>
      <pubDate>Sun, 01 Jan 2564 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://mcuir.mcu.ac.th:8080/jspui/handle/123456789/1161</guid>
      <dc:date>2564-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>การพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมการเรียนรู้วิถีพุทธ</title>
      <link>http://mcuir.mcu.ac.th:8080/jspui/handle/123456789/1160</link>
      <description>Title: การพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมการเรียนรู้วิถีพุทธ
Authors: บุญปู่, สมศักดิ์; พระครูวิรุฬห์สุตคุณ; ชัยสุข, พีรวัฒน์; ชำนิศาสตร์, บุญเชิด; อมราภรณ์, ณัชชา
Abstract: แผนการวิจัยเรื่อง "การพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมการเรียนรู้วิถีพุทธ" มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อ&#xD;
ศึกษาแนวทางการพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมทางการศึกษา 2) เพื่อพัฒนารูปแบบพื้นที่นวัตกรรมการ&#xD;
เรียนรู้วิถีพุทธ 3) เพื่อพัฒนาองค์ความรู้พื้นที่นวัตกรรมการเรียนรู้วิถีพุทธ 4) เพื่อสร้างเครือข่ายพื้นที่&#xD;
นวัตกรรมการเรียนรู้วิถีพุทธ 5) เพื่อขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการเรียนรู้วิถีพุทธ 6) เพื่อบูรณาการ&#xD;
พื้นที่นวัตกรรมการเรียนรู้วิถีพุทธ ดำเนินการวิจัยคุณภาพ (Qualitative Research) ศึกษาข้อมูลจาก&#xD;
(Documentary Research) แหล่งข้อมูลทุติยภูมิ ควบคู่กับการวิจัยเชิงปฏิบัติการภาคสนาม (Action&#xD;
Research) มุ่งเน้นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมจากแหล่งข้อมูลปฐมภูมิจากชุมชน รวบรวม&#xD;
ข้อมูลจากสัมภาษณ์กลุ่มพระสงฆ์ กลุ่มผู้นำชุมชน กลุ่มตัวแทนชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน นักวิซาการ&#xD;
กลุ่มผู้บริหารโรงเรียน และครู จำนวน 50 รูป/คน สอบถามผู้บริหาร ครู และนักเรียน จำนวน 351&#xD;
คน&#xD;
                ผลการวิจัยพบว่า&#xD;
               1. การศึกษาแนวทางการพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมทางการศึกษาจากการศึกษาแนวทางจาก&#xD;
โรงเรียนสัตยาไส จังหวัดลพบุรี โรงเรียนรุ่งอรุณ โรงเรียนวัดสุทธิวราราม โรงเรียนชาวนาพุทธ&#xD;
เศรษฐศาสตร์ และ วิทยาลัยอาชีวศึกษาจุลมณีศรีสะเกษ พบว่า มีการพัฒนากระบวนการเรียนการ&#xD;
สอน และวัตกรรม 5 ด้านได้แก่ 1) การสอนและการเรียนรู้ 2) วัฒนธรรม 3) วิถีพอเพียง 4) การฝึก&#xD;
ภาวนาวิถีพุทธ 5) การจัดการเรียนการสอนออนไลน์ และการดำเนินการพื้นที่นวัตกรรมทางการศึกษา&#xD;
สามารถสรุปเป็น Model : 6744-Model&#xD;
                 2. การพัฒนารูปแบบพื้นที่นวัตกรรมการเรียนรู้วิถีพุทธ ได้รูปแบบกิจกรรมวิถีพุทธ&#xD;
พอเพียงใช้น้ำอย่างคุ้มค่าและวิถีเกษตรยั่งยืน รูปแบบกิจกรรมเดินด้วยเท้า ก้าวไปในบุญ และรูปแบบ&#xD;
การถ่ายทอดองค์ความรู้วิถีพุทธตามแผนงานกิจกรรม ใช้คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง&#xD;
กรณราชวิทยาลัย เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ โดยใช้ศีล สมาธิ ปัญญาเป็นฐานในการเรียนรู้&#xD;
               3. การพัฒนาองค์ความรู้นวัตกรรมการเรียนรู้วิถีพุทธ เป็นการปลูกฝัง อบรม ฝึกฝน&#xD;
เยาวชน ตามวิธีการของพระพุทธศาสนา โดยเน้นบูรณาการตามหลักไตรสิกขา อันมี ศีล สมาธิ ปัญญา&#xD;
เป็นฐาน เรียนรู้ผ่านการพัฒนา "การกิน อยู่ ดู ฟังเป็น " มีปัญญารู้เข้าใจในคุณค่า และการปลูกฝัง&#xD;
การฝึกฝน ให้เยาวชนได้นำหลักธรรมคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไปประพฤติปฏิบัติใน&#xD;
ชีวิตประจำวันจะทำให้เยาวชนมีคุณธรรมนำความรู้ พัฒนาตนเองเต็มตามศักยภาพเป็นคนดี คนเก่ง&#xD;
ของสังคม ดำรงชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสามารถดำรงชีวิต&#xD;
ได้อย่างมีความสุข&#xD;
               4. การสร้างเครือข่ายพื้นที่นวัตกรรมการเรียนรู้วิถีพุทธ เกิดขึ้นจากการจัดการเรียนรู้จาก&#xD;
กิจกรรมการพัฒนาการทั้ง 4 ด้านคือ 1) เครือข่ายด้านสังคม ได้ฝึกฝนมารยาทไทย การอยู่รวมกัน&#xD;
การปฏิบัติตนต่อผู้อื่น 2) เครือข่ายด้านใจ การฝึกฝนจิตใจ ให้มีความอ่อนน้อมถ่อมตน สอนให้กตัญญู&#xD;
กตเวทต่อผู้มีพระคุณ 3) เครือข่ายด้านสติปัญญา สอนให้รู้จักพิจารณาว่า อะไรคือสิ่งที่มีประโยชน์ต่อ&#xD;
ตนเองและประโยชน์ต่อสังคมได้ 1) เครือข่ายด้านร่างกาย พัฒนากล้ามเนื้อด้วยกิจกรรมการเรียนรู้วิถีพุทธ&#xD;
                5. การสร้างเครือข่ายพื้นที่นวัตกรรมการเรียนรู้วิถีพุทธ ขยายความรู้จากพื้นที่นวัตกรรม&#xD;
ห้องชี 500 ของคณะครุศาสตร์ไปตามโรงเรียนต่าง ๆ โดยเปิดให้เข้าชมและ ร่วมกิจกรรมการเรียนรู้&#xD;
เพื่อเกิดเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การกิจกรรม หรือการเรียนการสอนแนวแนวใหม่ สอนแบบบูรณา&#xD;
การของศาสตร์ทางพระพุทธศาสนา นำไปพัฒนาตามโรงเรียนเพื่อเป็นเครือข่ายแหล่งเรียนรู้หรือพื้น&#xD;
นวัตกรรมการเรียนวิถีพุทธเป็นต้นแบบ และขยายผลเป็นเครือข่ายที่ความสัมพันธ์ระหว่างองค์กร&#xD;
ภายใน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตวิทยาลัยสงฆ์ทั่วประเทศ และเครือข่าย&#xD;
ภายนอกองค์กร หน่วยงานราชการ และโรงเรียน โดยใช้คณะครุศาสตร์เป็นศูนย์กลางภาคีนวัตกรรม&#xD;
การเรียนรู้วิถีพุทธ&#xD;
               6. การบูรณาการพื้นที่นวัตกรรมการเรียนรู้วิถีพุทธ เชื่อมโยงพื้นที่นวัตกรรมการเรียนรู้วิถี&#xD;
พุทธ โดยใช้หลักศรัทธากับปัญญาผ่าน 5 กิจกรรมทั้ง 6 โรงเรียนเพื่อให้เกิดการประพฤติปฏิบัติตนให้&#xD;
มีทักษะในการดำเนินชีวิต เก่ง ดี มีสุข และสามารถนำหลักธรรมคำสอนที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ใน&#xD;
ชีวิตประจำวันได้</description>
      <pubDate>Sun, 01 Jan 2564 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://mcuir.mcu.ac.th:8080/jspui/handle/123456789/1160</guid>
      <dc:date>2564-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
  </channel>
</rss>

