<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <title>DSpace Collection:</title>
  <link rel="alternate" href="http://mcuir.mcu.ac.th:8080/jspui/handle/123456789/1172" />
  <subtitle />
  <id>http://mcuir.mcu.ac.th:8080/jspui/handle/123456789/1172</id>
  <updated>2025-12-16T21:29:04Z</updated>
  <dc:date>2025-12-16T21:29:04Z</dc:date>
  <entry>
    <title>การขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการเปลี่ยนแปลงการดารงชีพจากวิถีเศรษฐกิจแบบพึ่งตลาดสู่วิถีเศรษฐกิจแบบพึ่งตนเองของชาวไร่อ้อย และไร่มันสาปะหลัง อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์</title>
    <link rel="alternate" href="http://mcuir.mcu.ac.th:8080/jspui/handle/123456789/1182" />
    <author>
      <name>ช่วยธานี, พระมหาบุญเลิศ</name>
    </author>
    <author>
      <name>ฐิติปสิทธิกร, พระมหาประกาศิต</name>
    </author>
    <author>
      <name>อยู่สาราญ, พระปลัดประพจน์</name>
    </author>
    <author>
      <name>ปัญโญ, อาภากร</name>
    </author>
    <id>http://mcuir.mcu.ac.th:8080/jspui/handle/123456789/1182</id>
    <updated>2023-12-06T10:12:20Z</updated>
    <published>2565-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการเปลี่ยนแปลงการดารงชีพจากวิถีเศรษฐกิจแบบพึ่งตลาดสู่วิถีเศรษฐกิจแบบพึ่งตนเองของชาวไร่อ้อย และไร่มันสาปะหลัง อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์
Authors: ช่วยธานี, พระมหาบุญเลิศ; ฐิติปสิทธิกร, พระมหาประกาศิต; อยู่สาราญ, พระปลัดประพจน์; ปัญโญ, อาภากร
Abstract: งานวิจัยมีวัตถุประสงค์ 1)เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำการเกษตรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ผ่านการออกแบบกระบวนการที่ไม่ต้องทิ้งการทำเกษตรแบบเดิมและมีการจัดการพื้นที่ให้เป็นเศรษฐกิจพอเพียงโดยการมีส่วนร่วมของเกษตรกร 2)เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการดำรงชีพจากวิถีเศรษฐกิจแบบพึ่งตลาดสู่วิถีเศรษฐกิจแบบพึ่งตนเองบนพื้นฐานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และ 3)เพื่อสร้าง “ครอบครัวแกนนำการเปลี่ยนแปลง” ที่สามารถพึ่งตนเองในด้านความมั่นคงทางอาหารได้บนพื้นฐานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของชาวไร่อ้อยและไร่มันสาปะหลัง อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods Research) ด้วยระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research) เก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นเกษตรกรอาสาสมัครจานวน 300 คนที่เข้าร่วมฝึกอบรมหลักสูตรเกษตรกรผู้เปลี่ยนชีวิต วิเคราะห์ข้อมูลโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับการดาเนินชีวิตภายใต้แนวคิดหลักเศรษฐกิจพอเพียงกับข้อมูลเชิงประจักษ์โดยใช้ LISREL และเก็บข้อมูลภาคสนามโดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) และการสนทนากลุ่มเฉพาะ (Focus Group Discussion) จากครอบครัวเกษตรกรแกนนา 20 ครอบครัวที่เข้าร่วมกิจกรรมขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการดำรงชีพจากวิถีเศรษฐกิจแบบพึ่งตลาดสู่วิถีเศรษฐกิจแบบพึ่งตนเองบนพื้นฐานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยพบผลการวิจัยดังนี้&#xD;
1. รูปแบบการเพิ่มศักยภาพในการทำการเกษตรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ผ่านการออกแบบกระบวนการที่ไม่ต้องทิ้งการทำเกษตรแบบเดิมและมีการจัดการพื้นที่ให้เป็นเศรษฐกิจพอเพียงโดยการมีส่วนร่วมของเกษตรกร คือ ได้พัฒนาหลักสูตรเกษตรกรผู้เปลี่ยนชีวิต ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเกษตรกรอาสาสมัครชาวไร่อ้อยและไร่มันสำปะหลัง จานวน 300 คน โดยเน้นให้เกษตรกรเข้าใจวงจรชีวิตในไร่อ้อยและมันสำปะหลัง โดยกระบวนการวิเคราะห์ต้นทุนชีวิตการเป็นเกษตรกรที่ต้องพึ่งพาอาหารและปัจจัยการทาเกษตรจากภายนอก เกษตรกรสามารถวางแผนลดการพึ่งพาอาหารจากภายนอกด้วยการสร้างความมั่นคงทางอาหารในพื้นที่ของตนและสร้างเครือข่ายเกษตรกรในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงการทาเกษตรภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือ กลุ่มเกษตรอินทรีย์ภูน้ำหยด เมื่อทดสอบความสัมพันธ์ของอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พบว่า โมเดลสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ คือ ผลการทดสอบค่าไคสแควร์เท่ากับ 46.81 (P=0.924)&#xD;
2. รูปแบบการขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการดำรงชีพจากวิถีเศรษฐกิจแบบพึ่งตลาดสู่วิถีเศรษฐกิจแบบพึ่งตนเองบนพื้นฐานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยครอบครัวเกษตรกรแกนนำอาสาสมัครจานวน 20 ครอบครัว ได้เข้าร่วมกิจกรรมการออกแบบพื้นที่ในบริเวณบ้าน ไร่อ้อยและไร่มันสำปะหลังเป็นพื้นที่เศรษฐกิจพอเพียง เกษตรกรทั้ง 20 ครอบครัวได้ปฏิบัติการปลูกผักในพื้นที่บ้านของตนเอง และมีจำนวน 10 ครอบครัวที่จัดสรรพื้นที่ไร่อ้อยและไร่มันสำปะหลังปฏิบัติการปลูกผักตามแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เมื่อได้รับผลผลิตทำให้เกษตรกรสามารถลดรายจ่ายเกี่ยวกับอาหารเฉลี่ยวันละ 54 บาท เพิ่มรายได้เฉลี่ยวันละ 150 บาท และได้บริโภคอาหารที่ปลอดสารพิษซึ่งเป็นผลผลิตจากพื้นที่ของตนเอง&#xD;
3. เกิดครอบครัวแกนนำการเปลี่ยนแปลงจานวน 20 ครอบครัว ที่สามารถพึ่งตนเองในด้านความมั่นคงทางอาหารบนพื้นฐานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจากการผ่านการปฏิบัติการตามตัวชี้วัด 5 ตัว พบว่า 1) ร้อยละ 100 ของครอบครัวแกนนำปลูกพืชผักอย่างน้อย 10 ชนิด 2) มีกลุ่มที่เกิดจากการส่งเสริมให้ปลูกผักในครัวเรือนและบริหารผลผลิตส่วนเกินให้มีมูลค่าจำนวน 1 กลุ่ม คือ วิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรอินทรีย์ภูน้ำหยด 3) มีครอบครัวที่มีการลดพื้นที่ทำเกษตร มาปลูกผักและเลี้ยงสัตว์ จำนวน 10 ครอบครัว 4) มีนวัตกรรมของเกษตรกรที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการดำรงชีวิต จำนวน 4 นวัตกรรม ประกอบด้วย (1) หลักการทำบัญชีครัวเรือนสมุดต้นทุนประกอบอาชีพ (2) แผนผังพื้นที่อาหารของครอบครัว (3) เครือข่ายเกษตรกรในชุมชน (4) ห้องปฏิบัติการทางสังคม (Social lab) และ 5) มีศูนย์กลางในการถ่ายทอดความรู้และรวบรวมเมล็ดพันธุ์ที่ทำให้เกษตรกรพึ่งตนเองได้ คือ ไร่พุทธานิเวศน์ภูน้ำหยด ที่กลายเป็นห้องปฏิบัติการทางสังคม (Social lab) ของเกษตรกรในพื้นที่</summary>
    <dc:date>2565-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ชุมชนโดยใช้วิจัยเป็นฐานวิชาศึกษาอิสระทางพระพุทธศาสนา สำหรับนิสิตมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย</title>
    <link rel="alternate" href="http://mcuir.mcu.ac.th:8080/jspui/handle/123456789/1181" />
    <author>
      <name>ธมฺมทีโป, พระเจริญพงษ์</name>
    </author>
    <author>
      <name>สิริเมโธ, พระมหาประกาศิต</name>
    </author>
    <id>http://mcuir.mcu.ac.th:8080/jspui/handle/123456789/1181</id>
    <updated>2023-12-06T10:06:07Z</updated>
    <published>2566-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ชุมชนโดยใช้วิจัยเป็นฐานวิชาศึกษาอิสระทางพระพุทธศาสนา สำหรับนิสิตมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
Authors: ธมฺมทีโป, พระเจริญพงษ์; สิริเมโธ, พระมหาประกาศิต</summary>
    <dc:date>2566-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>โครงการ อาวุโสฟรีแลนซ์: การเสริมสร้างระบบและกลไกส่งเสริมอาชีพฮิสระ ของผู้สูงอายุ ตำบลบ้านป้อม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</title>
    <link rel="alternate" href="http://mcuir.mcu.ac.th:8080/jspui/handle/123456789/1180" />
    <author>
      <name>วิถีชัย, พระมหาเกรียงศักดิ์</name>
    </author>
    <id>http://mcuir.mcu.ac.th:8080/jspui/handle/123456789/1180</id>
    <updated>2023-12-01T08:11:14Z</updated>
    <published>2563-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: โครงการ อาวุโสฟรีแลนซ์: การเสริมสร้างระบบและกลไกส่งเสริมอาชีพฮิสระ ของผู้สูงอายุ ตำบลบ้านป้อม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
Authors: วิถีชัย, พระมหาเกรียงศักดิ์
Abstract: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ (1) เพื่อวิเคราะห์ศักยภาพการพึ่งตนเองทั้งด้านสุขภาพกายและ&#xD;
ใจ เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ของผู้สูงอายุตำบลบ้านป้อม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แบบมี&#xD;
ส่วนร่วม (2) เพื่อเสริมสร้างพลังการประกอบอาชีพอิสระ (Freelance) ในการเพิ่มรายได้ให้กับ&#xD;
ผู้สูงอายุตำบลบ้านป้อม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แบบมีส่วนร่วม (3) เพื่อเสริมสร้างระบบและกลไก&#xD;
การลดความเหลื่อมลํ้าด้านเศรษฐกิจ ด้วยกระบวนการส่งเสริมอาชีพอิสระ (Freelance) ของผู้สูงอายุ&#xD;
ตำบลบ้านป้อม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยใช้วิธีวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมกับกลุ่มผู้สูงอายุ&#xD;
ในพื้นที่ตำบลบ้านป้อม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผลการวิจัยพบว่า ศักยภาพการพึ่งตนเองทั้งด้านสุขภาพกายและใจ เศรษฐกิจ สังคมและ&#xD;
สิ่งแวดล้อม ของผู้สูงอายุตำบลบ้านป้อม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบว่า กลุ่มสุขภาพดี เศรษฐกิจดี&#xD;
จะมีศักยภาพทางจิตใจที่เข้มแข็ง กลุ่มสุขภาพดี เศรษฐกิจไม่ดี กลุ่มนี้สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่&#xD;
เมื่อมีปัญหาเศรษฐกิจ จะทำให้ศักยภาพทางจิตใจผู้สูงอายุกลุ่มนี้อ่อนแอลงทันที กลุ่มสุขภาพไม่ดี&#xD;
เศรษฐกิจดี เป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่มีสถานะทางเศรษฐกิจค่อนข้างมั่นคงมีเงินเก็บแต่ยังต้องการความ&#xD;
ช่วยเหลือเป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่มีโรคเรื้อรังที่ควบคุมไม่ได้หรือมีภาวะแทรกซ้อนมีหลายโรค กลุ่มสุขภาพ&#xD;
ไม่ดี เศรษฐกิจไม่ดี มีสถานะทางการเงินในลักษณะพอใช้จ่ายประทังชีวิตไม่มีเงินเก็บออมมากมายเป็น&#xD;
กลุ่มผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตนเองได้บ้างเล็กน้อยโดยยังต้องการความช่วยเหลือบางส่วน หากสังคมและ&#xD;
ครอบครัว หากครอบครัวหรือสังคมละทิ้งไม่สนใจดูแล กลุ่มนี้จะมีความทุกข์ทางจิตใจมากกว่ากลุ่ม&#xD;
อื่นๆเป็นพิเศษ ผู้สูงอายุมีการประยุกต์ใช้ฐานความรู้และอาชีพดั้งเดิมมาสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์&#xD;
ด้านเศรษฐกิจในครัวเรือน เช่นการถักเปลส่งขาย การสานหมวก การสานตะกร้า และด้านการเกษตร&#xD;
ผู้สูงอายุเป็นบุคคลที่พร้อมด้วยความรู้และประสบการณ์แม้จะมีร่างกายจะเสื่อมถอยแต่ก็ยังพร้อม&#xD;
ช่วยเหลือครอบครัวและสังคมจึงมักจัดตั้งชมรมผู้สูงอายุขึ้นมาเพื่อให้ผู้สูงอายุวัยเดียวกันได้พบปะ&#xD;
สังสรรค์แลกเปลี่ยนประสบการณ์และเป็นศูนย์กลางในการจัดกิจกรรมของผู้สูงอายุ มีการยอมรับและ&#xD;
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองอย่างเหมาะสมเพื่อให้สามารถอยู่ในสภาพแวดล้อมนั้น ๆ ได้ โดยที่ไม่&#xD;
ส่งผลกระทบทั้งต่อตนเองและผู้อื่น สำหรับการเสริมสร้างพลังการประกอบอาชีพอิสระ (Freelance) ในการเพิ่มรายได้ให้กับ&#xD;
ผู้สูงอายุตำบลบ้านป้อม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แบบมีส่วนร่วม พบว่ากลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งมีจิตอาสา&#xD;
ปรารถนาดีที่จะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีต่อผู้สูงอายุทุกคนในตำบลบ้านป้อม โดยทุกคนมีความเห็นว่า&#xD;
ผู้สูงอายุในตำบลบ้านป้อม จะต้องมีสถานะทางเศรษฐกิจดี และมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยกลุ่มผู้สูงอายุ&#xD;
ตำบลบ้านป้อมมีการสร้างเป้าหมายในการขับเคลื่อนงานส่งเสริมอาชีพอิสระของผู้สูงอายุตำบลบ้านป้อมกระตุ้นพลังผู้สูงอายุให้หันมาประกอบอาชีพผ่านทุนฐานงานจิตอาสาสวัสดิการซึ่งเคยทำมาก่อน&#xD;
พร้อมทั้งทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่องในการส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุและมีวัดต่างๆใน&#xD;
ตำบลบ้านป้อมเปิดพื้นที่ให้กับผู้สูงอายุสามารถนำสินค้าที่ผู้สูงผลิตได้นำมาขายในพื้นที่วัดได้โดยไม่เสีย&#xD;
ค่าใช้จ่าย การเสริมพลังการประกอบอาชีพมีกระบวนการดำเนินงานตั้งแต่การค้นหา โอกาสและ&#xD;
แนวทาง การประเมินศักยภาพ การประสานขอความร่วมมือกับเครือข่ายเชิงพื้นที่และร่วมระดม&#xD;
ทรัพยากรในการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพผู้สูงอายุส่งเสริมในส่วนของการเสริมสร้างระบบและกลไกการลดความเหลื่อมลํ้าด้านเศรษฐกิจ ด้วย&#xD;
กระบวนการส่งเสริมอาชีพอิสระ (Freelance) ของผู้สูงอายุ ตำบลบ้านป้อม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&#xD;
พบว่า กลไกเชิงพื้นที่ได้ร่วมกันดำเนินการสำรวจข้อมูลผู้สูงอายุที่สนใจประกอบอาชีพเริ่มจากสร้าง&#xD;
แรงบันดาลใจให้หันมาประกอบอาชีพ ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ จนถึงการช่วยส่งเสริมการตลาด&#xD;
ผลิตภัณฑ์จากอาชีพของผู้สูงอายุ อบต.ตำบลบ้านป้อม และ กศน.บ้านป้อมมีการพัฒนาส่งเสริมอาชีพ&#xD;
ผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่องภายใต้หน่วยงานประสานซึ่งได้แก่ รพ.สต.ตำบลในฐานะหน่วยงานที่ดูแล&#xD;
สุขภาพผู้สูงอายุ การจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกที่จะช่วยสนับสนุนการประกอบอาชีพอิสระของ&#xD;
ผู้สูงอายุเป็นงานหลักของ อบต.บ้านป้อม และดำเนินการพัฒนาอาชีพผู้สูงอายุด้วยการวางแผน&#xD;
วิเคราะห์ความความต้องการและความถนัดในอาชีพและพร้อมเปิดพื้นที่ให้กับผู้สูงอายุในการเข้า&#xD;
มาร่วมวางแผนในการพัฒนาอาชีพผู้สูงอายุแบบครบวงจรอย่างสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่ม&#xD;
ผู้สูงอายุ</summary>
    <dc:date>2563-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>รูปแบบการพัฒนาชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง : กรณีศึกษาตามบริบทของวัดโป่งคา ต.ดู่พงษ์ อ.สันติสุข จ.น่าน</title>
    <link rel="alternate" href="http://mcuir.mcu.ac.th:8080/jspui/handle/123456789/1179" />
    <author>
      <name>ทองอินจันทร์, จุฑารัตน์</name>
    </author>
    <author>
      <name>ศิริวรรณ, พระมหายุทธนา</name>
    </author>
    <author>
      <name>-, พระครูสุนทรธรรมนิทัศน์</name>
    </author>
    <author>
      <name>ศรีลางัด, พระมหาสมเดช</name>
    </author>
    <id>http://mcuir.mcu.ac.th:8080/jspui/handle/123456789/1179</id>
    <updated>2023-12-01T08:12:39Z</updated>
    <published>2564-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: รูปแบบการพัฒนาชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง : กรณีศึกษาตามบริบทของวัดโป่งคา ต.ดู่พงษ์ อ.สันติสุข จ.น่าน
Authors: ทองอินจันทร์, จุฑารัตน์; ศิริวรรณ, พระมหายุทธนา; -, พระครูสุนทรธรรมนิทัศน์; ศรีลางัด, พระมหาสมเดช
Abstract: โครงการวิจัยเรื่องนี้ มีวัตถุประสงค์ของการศึกษาวิจัยอยู่ 3 ประการ ได้แก่ (1) เพื่อศึกษารูปแบบการพัฒนาชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (2) เพื่อวิเคราะห์ความสาเร็จของการพัฒนาชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามบริบทของวัดโป่งคา (3) เพื่อนาเสนอรูปแบบการพัฒนาชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่เหมาะสมสาหรับการพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้ของคนในชุมชน วิธีการศึกษาวิจัย เป็นการศึกษาแบบผสมวิธี ระหว่างเชิงคุณภาพ และเชิงปริมาณควบคู่กันไป โดยการสังเกต สัมภาษณ์ และสนทนากลุ่มกับเกษตรกร จานวน 30 คน แล้ววิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าถดถอยพหุคุณ&#xD;
ผลการศึกษาพบว่า รูปแบบการพัฒนาชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของชุมชนแห่งเป็นการพัฒนาเชิงประยุกต์ โดยสอดคล้องหลัก 3 ห่วง คือความพอประมาณ ความมีเหตุผล ความมีภูมิคุ้มกัน และ 2 เงื่อนไข คือ ความรู้และคุณธรรม ความสาเร็จของการพัฒนาชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือมีการร่วมมือกันระหว่างวัด บ้าน โรงเรียน หน่วยงานราชการภาครัฐและเอกชน และการดาเนินงานด้านเกษตรอินทรีย์ของกลุ่มเกษตรกรอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้การให้คาแนะนาของพระครูสุจิณนันทกิจ (สมคิด จรณธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดโป่งคา ซึ่งเป็นพระสงฆ์นักพัฒนาผู้มีศักยภาพ มีภาวะผู้นาและมีวิสัยทัศน์กว้างไกล รูปแบบการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่เหมาะสมสาหรับการพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้ของคนในชุมชน คือการพัฒนาชุมชนตามบริบทของวัดโป่งคา ใน 4 ด้าน คือด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านวัฒนธรรม เพื่อให้คนในชุมชนพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน</summary>
    <dc:date>2564-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
</feed>

